สังคมฯ
สหกรณ์
1.1 ความหมายของสหกรณ์
สหกรณ์ มีรากศัพท์เดิมมาจากภาษาสันสกฤต
2 คำ คือคำว่า “สห” (แปลว่าร่วมกัน) และ “กรณ์” (แปลว่า การกระทำ) คำว่าสหกรณ์จึงแปลตามรากศัพท์เดิมว่า
การกระทำร่วมกัน หรือการร่วมมือกัน
พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ
พระบิดาแห่งสหกรณ์ไทย ได้ประธานคำแปลว่า
สหกรณ์เป็นวิธีจัดการรูปแบบหนึ่งซึ่งบุคคลหลายคนเข้าร่วมกันโดยความสมัครใจของตนเองในฐานะที่เป็นมนุษย์โดยความมีสิทธิเสมอหน้ากันหมด
เพื่อความบำรุงตนเองให้เกิดความเจริญทางทรัพย์
พระราชบัญญัติสหกรณ์ พุทธศักราช
2542 มาตรา 4 บัญญัติไว้ว่า
สหกรณ์ หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งร่วมกันดำเนินกิจการเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยช่วยตนเองและช่วยเหลือซึ่งกันและกันและได้จดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้
สรุปสหกรณ์ หมายถึง การรวมกลุ่มกันของประชาชน เพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและสังคม
โดยยึดหลักประชาธิปไตย ไม่มุ่งหวังหาผลกำไรและมีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างยุติธรรม
1.2
ความสำคัญของสหกรณ์
1. สหกรณ์มีความสำคัญต่อชุมชน ประเทศชาติและสังคมโลก
คือ สหกรณ์สามารถช่วยแก้ปัญหาความยากจน
ขัดเกลาให้สมาชิกเป็นคนดี มีศีลธรรมและการเสียสละเพื่อส่วนรวม
ความสำคัญของสหกรณ์สามารถจำแนกเป็นด้านดังนี้
- ด้านเศรษฐกิจ มีบทบาทในการส่งเสริมอาชีพ
ทำให้คนในชุมชนมีงานทำมีรายได้ ส่งเสริมการออมทรัพย์
ให้กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เกิดการขยายธุรกิจการค้า
เป็นต้น
- ด้านสังคม มีบทบาทในการพัฒนาชุมชน
สังคมและประเทศชาติให้เข้าแข็ง ช่วยเหลือผู้อ่อนแอ
ยากไร้ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ สร้างสวัสดิภาพสังคมและบริการสาธารณะให้กับชุมชน เป็นต้น
- ด้านศีลธรรม มีบทบาทในการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม
ให้สมาชิกรู้จักช่วยเหลือ แบ่งปันกัน
แบ่งผลตอบแทนกันอย่างยุติธรรม เป็นต้น
- ด้านการปกรอง มีบทบาทในการส่งการปกครองระบอบประชาธิปไตย
เพราะหลักการดำเนินกิจการของสหกรณ์ยึดหลักประชาธิปไตย
- ด้านการศึกษา มีบทบาทในการส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ
จัดอบรมให้ความรู้ด้านต่าง ๆ
1.3
หลักการของสหกรณ์
ตามหลักของสหกรณ์รอชเดล เป็นต้นแบบ
คือ
- การเปิดรับสมาชิกทั่วไปด้วยความสมัครใจ
- การควบคุมตามหลักประชาธิปไตยและดำเนินการเป็นอิสระ
- การจำกัดดอกเบี้ยทุนเรือนหุ้นโดยกำหนดอัตราจ่ายเงินปันผลค่าหุ้นหรือทุนเรือหุ้นไว้ในอัตราต่ำ
- การแบ่งเงินปันผลตามส่วนแบ่งธุรกิจที่ทำกับสหกรณ์และการจัดสรรส่วนเกินหรือกำไรเพื่อการพัฒนาสหกรณ์และจัดบริการเพื่อส่วนรวม
- การค้าด้วยเงินสดและจำหน่ายสินค้าในราคาตลาด
- การส่งเสริมการศึกษาทางสหกรณ์
- การเป็นกลางทางศาสนาและการเมือง
2.1
วิวัฒนาการของสหกรณ์
2. การปฏิวัติอุตสาหกรรมของอังกฤษในคริสต์ศตวรรษที่ 18 – 19 ได้มีการนำเครื่องจักรมาทำงานแทนคน จนทำให้เกิดภาวะการว่างงานและเศรษฐกิจตกต่ำในประเทศอังกฤษ
เกิดความเดือดร้อนอย่างมากจากการที่คนงานถูกปลดออกจากงานและผู้ประกอบการรายย่อยต้องล้มละลาย
ผลที่ตามมาคือความขัดแย้งในสังคมที่มีการแบ่งชนชั้นเป็นนายทุนและกรรมกร
ในช่วงเวลานั้นได้มีนักคิดทางเศรษฐศาสตร์เสนอแนวคิดในการปรับสภาพทางเศรษฐกิจให้ชนชั้นกรรมกร
โดยเสนอแนวทางให้ผู้เดือดร้อนได้ร่วมมือกันเพื่อช่วยเหลือตนเองและแนวคิดนี้เองที่เป็นแนวทางนำไปสู่ระบบสหกรณ์ในเวลาต่อมา
อย่างไรก็ตามผู้ที่นำแนวคิดมาปฏิบัติเป็นรูปธรรมอย่างจริงจังคือ
โรเบิร์ต โอเวน ซึ่งภายหลังได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งการสหกรณ์ของโลก โดยเขาเป็นผู้เสนอให้จัดตั้งชมรม “สหกรณ์” ขึ้น
แต่สภาพสังคมของอังกฤษไม่เอื้ออำนวยให้จัดตั้งชมรมสหกรณ์ตามแนวคิดของเขาได้
ต่อมาโอเวนได้เดินทางไปทดลองจัดตั้งชมรมสหกรณ์ขึ้นที่นิวฮาโมนี
รัฐอินดีแอนา ประเทศสหรัฐอเมริกา
พ.ศ.2368 แต่ภายหลังต้องล้มเลิกเมื่อต้องเผชิญอุปสรรคเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายและปัญหาการต่อต้านเกี่ยวกับสถาบันการเมืองและศาสนา
ในพ.ศ.2370 นายแพทย์วิลเลียม คิง
ชาวเมืองโปรตัน ประเทศอังกฤษ
ซึ่งเป็นผู้นิยมในความคิดสหกรณ์ของโอเวน โดยชักชวนคนงานให้ร่วมทุนกันจัดตั้งสมาคมการค้าเพื่อจำหน่ายสินค้า
การดำเนินการของสมาคมจะเก็บสะสมผลกำไรไว้เพื่อขยายกิจการของร้านค้าต่อไปแนวคิดนี้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จแต่ก็ถือเป็นแบอย่างของสหกรณ์ร้านค้าในเวลาต่อมา
(แต่ถือว่าสหกรณ์ของนายแพทย์วิลเลียม คิง เป็นสหกรณ์แห่งแรกของโลก ซึ่งเป็นรูปแบบของสหกรณ์ร้านค้า)
ใน พ.ศ.2393 นายเฮอร์มัน ชูร์ ชาวเยอรมันได้จัดตั้งสหกรณ์หาทุนขึ้นในหมู่ช่างฝีมือและพ่อค้า
และในพ.ศ.2405 นายฟรีดริก วิลเฮล์ม ไรพ์ไฟเซน ชาวเยอรมันได้จัดตั้งสหกรณ์หาทุนขึ้นในหมู่เกษตรกรในชนบทเพื่อจัดหาทุนให้สมาชิกกู้ยืม
ซึ่งจากพัฒนาการจัดตั้งสหกรณ์ดังที่ได้กล่าวมาแล้วนั้นก็ได้กลายเป็นสหกรณ์ต้นแบบของโลก
รวมทั้งสหกรณ์ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน
2.2
ความเป็นมาของสหกรณ์ในประเทศไทย
ประเทศไทยเริ่มศึกษาวิธีการสหกรณ์ใน พ.ศ.2457 กระทั่งในปี พ.ศ.2458 ได้มีการจัดตั้งกรมสถิติพยากรณ์เป็นกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์
พระราชวรวงศ์ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ
อธิบดีกรมพาณิชย์และสถิติพยากรณ์
ได้ทรงจัดตั้งสหกรณ์ชนิดไรฟ์ไฟเซนที่เกิดขึ้นในเยอรมนีเพื่อปรับใช้กับไทยก่อน
สหกรณ์แห่งแรกจัดตั้งขึ้นที่จังหวัดพิษณุโลก ใช้ชื่อว่า “สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้”
จดทะเบียนเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์
พ.ศ.2459 มีพระราชวรวงศ์ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ เป็นนายทะเบียนสหกรณ์พระองค์แรก
ใน พ.ศ.2471 ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติสหกรณ์
พุทธศักราช 2471 ขึ้น
โดยเปิดโอกาสให้มีการรับจดทะเบียนสหกรณ์ประเภทอื่น ๆ ได้
ทำให้มีการจัดตั้งสหกรณ์ได้กว้างขวางมากขึ้น
พ.ศ.2511 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสหกรณ์
พุทธศักราช 2511 โดยเปิดโอกาสให้สหกรณ์หาทุนขนาดเล็กที่ดำเนินธุรกิจเพียงอย่างเดียวควบเข้ากันเป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่
และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทยได้ถือกำเนินขึ้น เพื่อเป็นสถาบันสำหรับให้การศึกษาแก่สมาชิกสหกรณ์ทั่วประเทศ มีหน้าที่ติดต่อประสานงานกับสถาบันสหกรณ์ต่างประเทศ
3. ประเทศไทยพัฒนากิจการสหกรณ์มาตลอด ข้อมูลในวันที่
1 มกราคม 2552 มีจำนวนสหกรณ์
6,928 สหกรณ์ และจำนวนสมาชิก
10,342,347 คน
2.3
ประเภทของสหกรณ์ในประเทศไทย
ปัจจุบันประเทศไทยแบ่งสหกรณ์ออกเป็น 6 ประเภท ดังนี้
1) สหกรณ์การเกษตร เป็นสหกรณ์ของผู้มีอาชีพเกษตรกร
อาทิเช่น ชาวนา ชาวสวน ชาวไร่ ผู้เลี้ยงสัตว์
เช่น สหกรณ์โคนมหนองโพราชบุรี
จำกัด (ในพระบรมราชูปถัมภ์)
2) สหกรณ์นิคม เป็นสหกรณ์ของผู้ที่ประสงค์จะประกอบอาชีพเกษตรกรรม
แต่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตนเองหรือมีที่ดินทำกินไม่เพียงประกอบอาชีพ
โดยรัฐบาลจะจัดสรรที่ดินป่าสงวนที่เสื่อมสภาพแล้วให้ราษฎรถือครองเพื่อประกอบอาชีพ
3) สหกรณ์การประมง เป็นสหกรณ์สำหรับผู้มีอาชีพประมง
วัตถุประสงค์ของสหกรณ์คือแก้ปัญหาและอุปสรรคในการประกอบอาชีพ
การให้ความรู้ทางวิชาการและส่งเสริมอาชีพประมงทั้งการจำหน่ายสัตว์น้ำ
ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำและอุปกรณ์การประมง เช่น
สหกรณ์ประมงแม่กลอง จำกัด
4) สหกรณ์ร้านค้า เป็นสหกรณ์ที่ตั้งขึ้นเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคและบริโภคที่จำเป็นให้กับสมาชิกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่าย
เช่น ร้านสหกรณ์ผู้ปฏิบัติงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
จำกัด (รส.กฝผ.)
5) สหกรณ์ออมทรัพย์ เป็นสหกรณ์ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมสมาชิกรู้จักการออมทรัพย์และให้ความช่วยเหลือกันด้วยการให้กู้ยืม
เมื่อเกิดความจำเป็น เช่น สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษา จำกัด
6) สหกรณ์บริการ เป็นสหกรณ์ของผู้ประกอบอาชีพบริการประเภทเดียวกันมีวัตถุประสงค์ในการแก้ปัญหาในการประกอบอาชีพอย่างเดียวกัน
เช่น สหกรณ์แท็กซี่

